หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อาหารของกุ้งเครฟิช

อาหารของกุ้งเครฟิช
กุ้งเครฟิชกินอาหารได้แทบทุกชนิด และกินอาหารได้ทั้งวัน มักกินเศษอาหารที่มาจากทั้งพืชและสัตว์ แต่ในธรรมชาติมันจะกินอาหารประเภทพืชผัก รากไม้ ใบไม้ ผลไม้เป็นหลัก ผู้เลี้ยงอาจเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูปชนิดจมสูตรต่างๆ สำหรับกุ้ง หนอนแดง เนื้อ ไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อกุ้งทะเลหรือกุ้งฝอยหั่นชิ้นเล็กๆ ผักต่างๆ เช่น แครอท มันฝรั่ง แตงกวา ข้าวโพด ถั่วลันเตา ฟักทอง แอปเปิ้ล ฯลฯ ก็ได้ กุ้งเครฟิชอาจรื้อทึ้งพรรณไม้น้ำที่ใช้ตกแต่งในตู้เป็นอาหารได้ด้วย

น้ำที่ใช้สำหรับเลี้ยง

น้ำที่ใช้สำหรับเลี้ยง
ในการเลี้ยงกุ้งเครฟิช อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมคือช่วง 23-28 องศาเซลเซียล มีค่า PH ที่เหมาะสมประมาณ 7.5 – 8.5 ที่มีความกระด้างสูง โดยสามารถใส่เกลือลงไปในตู้ได้เล็กน้อย เนื่องจากเกลือช่วยเสริมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการลอกคราบและสร้างเปลือกใหม่ด้วย
ผู้เลี้ยงควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 30 -50% สัปดาห์ละครั้ง แต่ควรปรับอุณหภูมิน้ำให้ดี ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลี้ยงและการให้อาหาร

ตู้เลี้ยงและอ่างเลี้ยงกุ้ง

ตู้เลี้ยงและอ่างเลี้ยงกุ้ง
1. เราสามารถเลี้ยงกุ้งเครฟิช ในที่มีการถ่ายเทน้ำดีในภาชนะใดๆ ก็ได้ มีอุณหภูมิน้ำประมาณ 23 -28 องศา หรืออาจจะเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำก็ได้ ปริมาณน้ำจะใส่ครึ่งตู้ หรือเต็มตู้ก็ได้ กุ้งขนาด 3-4 นิ้ว 1 ตัว จะใช้พื้นที่อย่างน้อยประมาณ 1 ฟุต ดังนั้น หากต้องการจะเลี้ยงหลายๆ ตัว จะต้องใช้พื้นที่อย่างกว้างขวางเพียงพอ
2. ถ้าจะเลี้ยงกุ้งหลายตัวเพื่อให้มันสามารถปกป้องตัวเองได้ ควรเลือกเลี้ยงกุ้งในสายพันธุ์เดียวกัน ขนาดไล่เลี่ยกัน เพื่อป้องกันกุ้งตัวเล็กถูกรังแก หรือถูกจับกินได้
3.ที่หลบซ่อนเพื่อให้กุ้งหลบอาศัยในเวลากลางวัน ให้ใช้ขอนไม้ กระถางดินเผา กระถางต้นไม้แตกๆ อุปกรณ์ที่เจาะเป็นโพรง หรือท่อพีวีซีตัด เป็นท่อนๆ
4. ปิดฝาหรือจุดที่กุ้งจะปีนหนีได้
วัสดุปูรองพื้นตู้ที่ใช้เลี้ยงกุ้งเครฟิช ควรปูหินกรวดเล็กรองพื้นตู้เพื่อความสวยงาม และมีประโยชน์ต่อกุ้งหลายประการคือ
1. ทำให้มีสีสรรสวยงามมากขึ้น ทำให้กุ้งไม่ตื่นตกใจ และกุ้งสามารถปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมได้ จะทำให้กุ้งมีสีเข้มขึ้นถ้าเน้นหินสีดำหรือน้ำตาล
2. กุ้งป่า ส่วนมากที่หลบซ่อนจะเป็นการขุด กรวดหิน
3. หินกรวดทำให้น้ำในตู้ใสอยู่เสมอ เนื่องจากช่วยดูดซับตะกอนและเศษอาหาร
การให้อากาศและระบบกรองน้ำ
ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องให้อากาศก็ได้ ถ้าเราเลี้ยงกุ้งแค่ตัวเดียวและมีพื้นที่กว้างและดูแลน้ำได้ดี แต่การให้อากาศก็ยังจำเป็นอยู่มากในระบบตู้เลี้ยง ซึ่งเน้นความสวยงามและมีการเลี้ยงกุ้งหลายตัว หรือกั้นตู้
แต่สามารถใช้หัวทรายจุ่มลงในน้ำ 3-4 นิ้ว กันฟุ้ง หรือใช้กรองในตู้ กรองแขวน กรองกล่องได้ เพราะกุ้งใช้อากาศน้อยกว่าปลา ยกเว้นกรองแผ่นพื้นที่มักจะโดนกุ้งขุด และกรองฟองน้ำที่อาจโดนกุ้งแทะเล่นได้

การเพาะกุ้งเครฟิชและวิธีเลี้ยง

วิธีการเพาะพันธุ์ กุ้งเครฟิช
การผสมพันธุ์กุ้งเครฟิช สามารถทำได้ตลอดทั้งปี ด้วยวิธีง่ายๆ ในตู้เลี้ยง โดยไม่ต้องมีเทคนิคพิเศษอะไรเหมือนกับการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง
เพียงแค่ปล่อยตัวผู้และตัวเมียที่แข็งแรง มีอายุประมาณ 6-7 เดือนขึ้นไปซึ่งอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ให้อยู่ด้วยกัน และต้องมีเนื้อที่กว้างขวางพอสำหรับกุ้งด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการแย่งที่อยู่ หรือเกิดการแบ่งถิ่นกันก็ได้ ควรจะเลือกกุ้งเครฟิชที่มีสปีชีส์เดียวกัน เพศผู้และเพศเมียที่มีลักษณะทางกายภาพที่สมบูรณ์ มีก้ามและขาอยู่ครบ มีขนาดประมาณ 2.5 นิ้วขึ้นไป แม้ว่ากุ้งขนาด 2 นิ้ว จะเป็นวัยเจริญพันธุ์แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ควรนำมาผสมพันธุ์ เพราะจะได้ไข่น้อย
ในแต่ละครั้งของการผสมพันธุ์ ตัวเมียจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน จึงฟักไข่ออกเป็นตัว แม่กุ้งสามารถให้ลูกได้ประมาณ 50-400 ตัวไม่ควรเลี้ยงร่วมกับปลาเพราะกุ้งเครฟิชอาจจับกินเป็นอาหารได้ โดยธรรมชาติของกุ้งเครฟิช มักมีพฤติกรรมการกินกันเอง จึงควรจัดหาที่หลบซ่อน เช่น ขอนไม้, ถ้ำ, กระถางดินเผา, ท่อพีวีซี ฯลฯ เอาไว้ให้กุ้งอย่างพอเพียง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการลอกคราบ ลูกกุ้งจะต้องการที่หลบซ่อนอย่างมาก แต่พ่อแม่กุ้งจะไม่กินลูกกุ้งเป็นอาหาร และลูกกุ้งเองก็อาศัยไม่ไกลจากพ่อแม่นัก เพื่อคอยเก็บกินเศษอาหารจากพ่อแม่
วิธีการเลี้ยงกุ้งเครฟิช
หลักการเลี้ยงกุ้งเครฟิชจะดัดแปลงมาจากอุปนิสัยและการอยู่อาศัยของมันเองคือ
1. กุ้งทุกชนิดโดยธรรมชาติ จะชอบออกหากินในเวลาคืน ไม่ชอบแสง ในตอนกลางวันอาจจะนอน หรือหลบอยู่ทั้งวัน จึงต้องมีที่หลบซ่อนและปิดบังได้
2. กุ้งตัวผู้จะมีขนาดของก้ามที่ใหญ่โตสง่างาม สีสรรสวยงามและแข็งแรงกว่ากุ้งตัวเมีย ไว้ใช้เป็นอาวุธต่อสู้ป้องกันตัวเอง
3. เวลาลอกคราบกุ้งจะอ่อนแอที่สุด และมักจะถูกรุมทำร้าย หรือจับกิน อาหารสำหรับกุ้งจึงต้องพอเพียง บริเวณที่อาศัยต้องกว้างเพียงพอและที่หลบซ่อนต้องปลอดภัยด้วย
4. ไม่ควรเลี้ยงกุ้งปนกันหลายตัวในที่แคบๆ เพราะมันจะแยกกันกินแยกกันอยู่หรืออาจจับคู่ในระยะสั้นๆ ส่วนมากถ้ากุ้งหิวหรือลอกคราบอาจทำร้ายกันได้เสมอ โดยที่กุ้งจะไม่จำว่าเป็นคู่ของมัน

การวัดขนาดของกุ้งเครย์ฟิช

การวัดขนาดของกุ้งเครย์ฟิช 
โดยมาตรฐานแล้ว จะวัดตั้งแต่ปลายกรีที่ส่วนหัวของกุ้ง ไปจนถึงปลายหางของกุ้ง  โดยไม่วัดรวมก้าม
 

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง


การเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงซึ่งอาจทำให้กุ้งตายหรือเลี้ยงไม่โต

ลี้ยงภายในบ้าน ห้ามฉีดยากันยุง สเปร์ปรับอากาศ
และสารเคมี เส้นผมห้ามลงไปในตู้กุ้ง
ล้างโลชันที่แขนและมือ ถ้าทาเล็บห้ามโดนน้ำตู้เลี้ยง


ลี้ยงนอกบ้าน ห้ามฉีดยากันยุง ห้ามฉีดปลวก ห้ามฉีดปุ๋ย
และสารเคมี ห้ามมีเส้นผมลงไปในตู้กุ้ง
ล้างโลชั่นที่แขนและมือ  ถ้าทาเล็บห้ามโดนน้ำตู้เลี้ยง


ลี้ยงในนาในบ่อในร่องสวน
ห้ามใส่ปุ๋ยและสารเคมี
(เลี้ยงในนา ต้องเป็นนาที่ไม่ใส่ปุ๋ยเคมีเท่านั้นถึงเลี้ยงได้)



กุ้งเครย์ฟิช ที่ออกจาก ตู้ บ่อ หรือนา จะอยู่บนบกได้ไม่นาน
หากตัวแห้งนานๆกุ้งจะตายได้

โรคสนิมกุ้งเครฟิช

โรคสนิมกุ้งเครฟิช
ถ้าเป็นน้อยใช้วิธีธรรมชาติ อัดอาหาร เร่งให้กุ้งลอกคราบ ก็พอไปไหว
แต่ถ้าเป็นเยอะต้องใช้ยาช่วย อาจใช้อีเอ็ม หรือยาอควาเรียม3
ถ้าเป็นจุดที่ไม่สำคัญมาก เล็มเปลือกในส่วนที่เป็นสนิมทิ้งแล้วใส่ยา กันการติดเชื้อเพิ่ม
ความรู้เพิ่มเติม...โรคสนิมกุ้งเครฟิช
โรคสนิม ในกุ้งเครฟิชนั้น จะเกิดเป็น ลักษณะคล้ายมีผงสนิมสีน้ำตาลหรือสีทอง เกาะอยู่ตามตัวสัตว์น้ำ โรคนี้นั้นเกิดจากเชื้อโปรโตซัวร์ เกิดจากเชื้อ Piscinoodinium pillularis ช่วงชีวิตหนึ่งซึ่งต้องอาศัยเกาะติดกับสัตว์น้ำ ในฐานะปรสิต อาศัยสัตว์น้ำ สังเคราะห์แสงได้เช่นเดียวกับพืช ทำให้เรามองเห็นปรสิตดังกล่าวเป็นสีน้ำตาล สีทอง หรือสีคล้ายกับสนิม จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า โรคสนิม มันสามารถดูซับสารอาหาร จากตัวสัตว์น้ำได้ ทำให้เกิดบาดแผล ติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราแทรกซ้อนได้ นำมาซึ่งสาเหตุการตายที่สำคัญของสัตว์น้ำ สัตว์ น้ำป่วยเป็นโรค จะเซื่องซึม ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร ปัญหาโรคสนิมนี่เกิดได้ ทั้งในปลา และ ในกุ้งครับ นอกจากนี้ ยังมีโรคในกลุ่มของ โรควิบริโอซีส ที่เป็นอันตรายต่อกุ้งเครฟิชได้ สาเหตุของโรค: จากการติดเชื้อวิบริโอ (Vibrio spp.) การรักษา 1. ใช้สารเคมีกลุ่มไอโอดีน 2. ใช้ยาในกลุ่มยาปฏิชีวนะ การป้องกัน 1. ควบคุมปริมาณอาหารที่ให้อยู่ในระดับเหมาะสม 2. การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ และควบคุมปัจจัยต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ผู้เลี้ยงควรจะรักษาคุณภาพของน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากหากว่าคุณภาพน้ำไม่ดี กุ้งจะลอกคราบไม่ผ่าน และโรคสนิมนี้จะลุกลามเร็วมาก มีอัตราการตายสูง วิธีรักษาเบื้องต้น คือ การถ่ายน้ำและเร่งให้กุ้งลอกคราบออกเสีย จากนั้นจึงตักคราบทิ้งทันที เร่งการลอกคราบทำได้โดยการถ่ายน้ำด้วยน้ำที่มีค่า Alkalinity สูงกว่าอยู่ในตู้ หรือปรับน้ำให้มีค่าอยู่ในช่วงที่จะกระตุ้นได้ ( น้ำจืด 80 – 100 ppm น้ำเค็ม 150 – 200 ppm ) หากยังเป็นโรคนี้ขึ้นมาอีกให้ใช้ยา Chioramphenicol 5-7 MG ผสมอาหาร 1 ขีด ให้กินติดต่อกันจนกว่าจะหาย ( ต้องคำนวณปริมาณยารักษาให้เหมาะสม และถูกต้อง ไม่อย่างนั้น จะเกิดอันตรายต่อกุ้งได้) เราจะเห็นได้ว่าถ้ากุ้งเป็นโรคอย่าให้กุ้งกินคราบตัวเองดีที่สุดคะเพราะการกินคราบตัวเองทำให้โรคนั้นเข้าไปอยู่ในกุ้งอีก